[Fic] White flag -1-

posted on 20 Jan 2012 04:49 by tictoc13fiction in Fic-White-flag

Title: White flag -1-

Pairing : JunWoo ft. TaecKhun, ChanSu

Author : tictoc13

Rating : PG-13

Author note : เมื่อรักกันไม่ได้ก็ไม่รัก  ไม่เห็นจักเกรงการสถานไหน

 

 

 

 

 

 

                สายลมพัดผ่านร่าง ผมสีน้ำตาลเข้มปลิวไสว อูยองรวบผมมามัดไว้หลวมๆด้วยเชือกยาง ผมสีน้ำตาลที่ใครคนหนึ่งเคยบอกว่ามันเป็นสีผมที่สวยที่สุด อูยองจำได้ไม่เคยลืม และเพราะคำกล่าวนั้นทำให้เขาไว้ผมยาวเรื่อยมา

 

                เรืออยู่ห่างไกลออกไปหลายกิโล บัดนี้ร่างของอูยองยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนจอแจแห่งตลาดยามสาย  แม่ค้านำสินค้ามาวางขายเรียงราย ร่างบางเดินดูนั่นดูนี่อย่างสนอกสนใจ ไม่บ่อยนักที่เขาจะได้ขึ้นมาเดินบนบก

 

                อูยองไม่รู้ว่าตนเองเกิดที่ไหน ตั้งแต่จำความได้เขาก็ใช้ชีวิตอยู่บนเรือมาโดยตลอด พี่นิชคุณพี่ชายของเขาเป็นรองกัปตันเรือโจรสลัดอันเลื่องชื่อ กัปตันก็หาใช่ใครอื่นไกล เพื่อนสนิทของพี่ชายเขานั่นเอง อูยองถูกเลี้ยงมาไม่ต่างจากไข่ในหิน ไม่มีใครแตะต้องลูกเจี๊ยบตัวน้อยของนิชคุณและจุนซูได้

 

                บัดนี้ลูกเจี๊ยบเติบโตเต็มวัยแล้ว และมันอยากสำรวจโลกกว้างด้วยตนเอง

 

                เดินทอดน่องไปตามพื้นอิฐ กลิ่นอาหารจากร้านรวงโชยมาแตะจมูก หากการเดินเที่ยวตลาดกลับไม่ใช่เป้าหมายของอูยอง เป้าหมายของเขาคือปราสาทที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ล้อมรอบด้วยกำแพงอิฐสีทะมึน

 

                ดวงตาสีเปลือกไม้เรียบเฉย แม้หัวใจจะเต้นรัวแรง

 

               

 

                ตุบ!

 

 

 

                เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างตัวทำเอาสะดุ้ง ฉวยดาบข้างเอวหวังฟาดฟัน แต่แล้วกลับต้องชะงักเมื่อหันไปสบตากับอาชาสีดำสนิทตัวหนึ่ง นัยน์ตาสีเขียวจ้องมองเขาราวกับมองสัตว์ประหลาด อูยองเงยหน้าขึ้น สบตากับผู้อยู่บนหลังอาชาอย่างไม่กลัวเกรง

 

                "มาทำอะไรที่นี่หนุ่มน้อย" เสียงทุ้มเอ่ยถาม น้ำเสียงเคลือบแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน

 

                ท่าทีแข็งกร้าวอ่อนลง ชั่งใจเล็กน้อยก่อนตอบ "ข้ามาหาดยุคอี"

 

                "ถ้าเช่นนั้นเจ้าคงมาสมัครเป็นคนติดตามล่ะสินะ น่าแปลกจริงที่เจ้าไม่มีม้ามาเลยสักตัว" ถ้อยคำชวนให้ขมวดคิ้ว หากอูยองกลับทำเพียงเม้มปาก

 

                "คนติดตามอะไร"

 

                "อย่าบอกว่าเจ้าไม่รู้เรื่องนี้" ชายหนุ่มบนหลังม้าทวนคำด้วยความฉงน "ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้นว่าวันนี้เป็นวันที่ดยุคอีจุนโฮเปิดรับสมัครผู้กล้าอาสาเป็นผู้ติดตามไปยังสมรภูมิรบ นี่เจ้าไปมุดหัวอยู่ที่ไหนมาถึงได้ตกข่าวขนาดนี้"

 

                "ข้าออกทะเล"

 

                เสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่มือหนาจะโน้มลงมาดึงแขนร่างบาง

 

                "ขึ้นหลังม้าข้าสิ ข้าพนันด้วยเหรียญทองเลยว่าเจ้าต้องอยากสมัครเป็นผู้ติดตามของดยุคอีแน่ ถึงเจ้าจะไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็ตาม"

 

                หากเป็นบนเรือชายหนุ่มผู้นี้คงสลบคาเท้า ทว่านี่คือบนบก อูยองจึงยอมโหนตัวขึ้นหลังม้าซ้อนท้ายบุรุษปริศนาเข้าไปยังปราสาทของดยุคอี  ดูจากลักษณะของม้าและการแต่งกายแล้วบุรุษผู้นี้คงเป็นชนชั้นสูง มิหนำซ้ำเมื่อทหารเฝ้าประตูปราสาทเห็นก็รีบเปิดทางให้ทันที อูยองมั่นใจว่าชายคนนี้ต้องไม่ธรรมดา

 

                กำแพงอิฐสีเทาทึมโอบล้อมปราสาทสีสันสวยสดราวกับนกยูงเร้นกายในฝูงเป็ด ชายหนุ่มมากหน้าหลายตายืนออกันหน้าลานดิน  อีกฟากของลานมีกระโจมและพื้นเวทียกสูงซึ่งอูยองไม่รู้ว่ามันคืออะไร

 

                บุรุษปริศนาลงจากหลังม้าก่อนจะส่งมือให้เขาจับ

 

                "จับมือข้าสิ ข้าจะพาเจ้าลง"

 

                "ข้าลงเองได้" โหนตัวลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว ชายหนุ่มเลิกคิ้ว

 

                "เจ้านี่หน่วยก้านไม่เลว ถึงตัวจะผอมไปหน่อยก็เถอะ"

 

                อูยองจ้องมองลานดินอย่างใคร่รู้ บุรุษปริศนาอมยิ้ม ลากแขนร่างบางตรงไปยังกระโจมที่พัก ชายวัยกลางคนคนหนึ่งรีบลุกขึ้นยืนทันที

 

                "ยัวร์ไฮเนส" โค้งคำนับลำตัวแทบตั้งฉาก อูยองขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำเรียก

 

                "ข้าพาเด็กคนนี้มาสมัครเป็นผู้ติดตาม แต่ไม่ใช่เด็กฝากจากข้าแน่นอน" บุรุษปริศนาเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ ชายวัยกลางคนหรี่ตามองอูยองอย่างพินิจพิจารณาก่อนจะหยิบสมุดพร้อมปากกาขนนกขึ้นมา

 

                "เจ้าชื่ออะไร"

 

                "จางอูยอง" อูยองตอบห้วนๆ รู้สึกไม่พอใจนักที่โดนสอบประวัติ

 

                "รู้อะไรมาบ้าง"

 

                "...."

 

                "เจ้าต่อสู้เป็นไหม อ่านหนังสือออกหรือเปล่า หรือว่าเจ้าเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญารู้เพียงว่าควรจะบังคับม้ายังไง" เสียงหัวเราะแว่วมาจากคนข้างตัว ร่างบางตวัดสายตาใส่อีกฝ่ายแล้วหันไปตอบชายวัยกลางคนที่ยังคงรอคำตอบ

 

                "ข้าทำได้ตั้งแต่ช่วยชีวิตคนจนถึงฆ่าท่านเลยเชียวล่ะ"

 

                คนฟังคำตอบเลิกคิ้ว เหลือบมองชายหนุ่มแว้บหนึ่งก่อนจะหยิบแผ่นไม้ที่มีหมายเลขเขียนอยู่ยื่นให้อูยอง

 

                "นี่หมายเลขของเจ้า ได้แล้วก็เข้าไปในกระโจม อีกเดี๋ยวจะให้ไปรวมกับเจ้าพวกนั้น" ชี้มือไปกระโจมด้านหลังก่อนจะพยักเพยิดไปทางกลุ่มชายหนุ่มอีกฟากของลานดิน  อูยองแทบหน้าคะมำเมื่อถูกบุรุษปริศนาดันหลังเต็มแรง ร่างบางก้าวหายเข้าไปในกระโจมโดยไม่ต้องให้ใครบอกซ้ำสอง

 

                ท่านเคาท์ซอมินแจมองตามอูยองก่อนจะหันมาถามชายหนุ่มที่มองตามร่างบางพลางขยับยิ้มและส่ายหัว

 

                "ไปพามาจากไหนหรือยัวร์ไฮเนส"

 

                "เก็บได้จากข้างทาง"

 

                "ท่านคงล้อข้าเล่น"

 

                "เปล่า ข้าพูดจริง"

 

                "องค์ชายอ๊คแทคยอน ข้าไม่คิดว่าฝ่าบาทจะล้อเล่นกับคนแก่เช่นข้าเลย" รัชทายาทลำดับสี่ได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ ตบบ่ามินแจเบาๆสองสามที

 

                "ข้าไม่ล้อท่านเล่นหรอก ข้าจะล้อท่านทำไม ข้าเจอเด็กนี่เดินหน้าบึ้งอยู่ข้างทางก็เลยพามาด้วยเท่านั้น หน่วยก้านดีใช้ได้ โหนขึ้นบนแองกัสของข้าอย่างไม่ลังเลเลย" ถือวิสาสะหยิบสมุดรายชื่อผู้มาลงสมัครแล้วทำตาโต "คนมาเยอะถึงขนาดนี้เชียว"

 

                "ขนาดนั้นเลยล่ะยัวร์ไฮเนส"

 

                "เพิ่มอูยองด้วยก็เป็นสามสิบคนพอดีสินะ ข้าพนันด้วยเหรียญทองสองเหรียญว่าอูยองชนะและจะได้เป็นผู้ติดตามของจุนโฮ ว่าแต่ดยุคของเจ้าไปไหนเสียล่ะ ไม่เห็นหน้าค่าตาเลย"

 

                เคาท์มินแจรับสมุดกลับมาถือไว้  "ข้าจะให้คนไปตามท่านดยุคลงมาพบฝ่าบาท"

 

                องค์ชายแทคยอนโบกมือ "ไม่ต้องวุ่นวายขนาดนั้น นี่มันปราสาทของจุนโฮไม่ใช่ของข้า เดี๋ยวข้าจะไปนั่งรอที่พลับพลาแล้วกัน ขอน้ำให้ข้าสักแก้ว อากาศร้อนเต็มที"

 

                องค์ชายแทคยอนเดินไปนั่งประจำที่สำหรับแขกซึ่งถูกจัดไว้มุมหนึ่งของพลับพลา เมื่อครู่นี้หางตาเขาเหลือบเห็นซูจอง ภรรยาของจุนโฮ คาดว่าอีกไม่ช้าจุนโฮคงจะลงมาพบเขา

 

                นั่งลงก่อนจะรับน้ำจากเด็กรับใช้มาดื่ม หญิงสาวมากมายรายล้อมเขา พร้อมที่จะทำตามคำสั่งของเขาในทันที แต่ไม่มีใครสามารถดึงดูดความสนใจของเขาได้เท่าเด็กชายตัวผอมบางที่เพิ่งเดินออกมาจากกระโจมเพื่อไปรวมตัวกับผู้ลงสมัครคนอื่นๆ

 

                แม้จะมาด้วยตัวเปล่ากับดาบเพียงเล่มเดียวก็ตาม อูยองดูมั่นใจในตนเองอย่างไม่น่าเชื่อ หากเขาเดาไม่ผิดอูยองจะต้องเป็นโจรสลัด ทว่าที่นี่คือบนบก โจรสลัดที่ไหนกันนะมาเดินเที่ยวเล่นบนพื้นดินปะปนกับคนอื่นแบบนี้

 

                "ยัวร์ไฮเนส" แทคยอนหันไปมองก่อนจะชูแก้วเป็นเชิงทักทาย

 

                "ข่าวไวดีนี่ ภรรยาเจ้าบอกล่ะสิ"

 

                "นางไวกว่านกพิราบสื่อสารทั้งกรงเลยเชียวล่ะ" จุนโฮว่าพลางนั่งลงข้างๆแทคยอน สั่งเด็กรับใช้จัดผลไม้และเครื่องดื่มมาให้  "ท่านมานานแล้วหรือ"

 

                "สักพักได้ ข้ามีของมาฝากเจ้าด้วยนะ"

 

                "อะไรหรือ"

 

                "นั่นไง" ชี้นิ้วไปอีกฟากของลานดิน จุนโฮหยีตามองตามก่อนจะส่ายหน้า

 

                "ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าท่านชี้อะไร"

 

                "เห็นผู้ชายตัวเล็กๆผมสีน้ำตาลยาวๆไหมล่ะ คนที่เหน็บดาบไว้ข้างเอวแล้วก็ทำหน้าเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ"  จุนโฮกวาดตามองให้ทั่วแล้วพยักหน้าเมื่อเห็นคนที่สหายบอก

 

                "นั่นน่ะหรือของฝาก"

 

                "ใช่ ของฝากจากทะเลลึกที่ข้าบังเอิญเก็บได้กลางทางเลยหิ้วมาให้เจ้า"

 

                หัวคิ้วของดยุคอีขมวดเข้าหากันอย่างไม่ลังเล "ข้าไม่เข้าใจที่ท่านพูด"

 

                "เดี๋ยวเจ้าก็จะรู้เอง"

 

                เสียงเริ่มการทดสอบดังขึ้น ผู้ลงสมัครจัดที่ทางของตนให้เรียบร้อย การทดสอบมีเพียงอย่างเดียวคือการประลองอาวุธ ผู้สมัครสามารถเลือกอาวุธตามที่ตนถนัด เข่าแตะพื้นเมื่อไรเท่ากับแพ้ ต้องออกจากการแข่งขันในทันที

 

                แผ่นไม้ที่มีหมายเลขคือลำดับของการประลอง ผู้สมัครลำดับที่หนึ่งจะต้องสู้กับลำดับที่สอง ผู้ชนะต้องต่อสู้กับลำดับสามและสี่ ผู้ชนะคนต่อไปสู้กับลำดับที่ห้า หก และเจ็ด ต่อไปเรื่อยๆไม่มีหยุด ท้ายที่สุดแล้วผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะได้เป็นผู้ติดตาม

 

                อูยองมองต้นไม้รอบกายไหวเอนไปกับแรงลม เสียงลมหวีดหวิวราวเสียงกระซิบเตือน ร่างบางก้มมองแผ่นไม้ในมือตนเอง... เขาได้ลำดับสี่ หมายความว่าเขาจะต้องรอให้สองคนแรกสู้กันจนรู้ผลก่อนจึงจะเข้าไปได้

 

                ผ่านสมรภูมิรบกลางทะเลมาก็มาก นี่คือครั้งแรกที่อูยองได้เห็นการต่อสู้บนพื้นดิน ชายหนุ่มร่างกำยำสองคนโถมเข้าใส่กัน เชือดเฉือนกันด้วยไหวพริบและชั้นเชิง การต่อสู้ที่อูยองไม่เคยพบเจอมาก่อน เขาเคยเจอโจรสลัดบ้าเลือด แต่ไม่เคยเจอนักรบแห่งพื้นดินที่ห้าวหาญ

 

                เสียงดาบหล่นกระทบพื้นตามด้วยร่างของหนึ่งในคู่ต่อสู้ล้มลงกับพื้น เป็นสัญญาณให้อูยองก้าวเข้าไป

 

                พื้นลานดินแข็งแน่น ลองขยี้ดูก็รู้ว่าทำไว้สำหรับประลอง สายตาเหลือบมองพลับพลาที่แทคยอนและจุนโฮนั่งอยู่แล้วขมวดคิ้ว

 

                เอี้ยวตัวหลบก่อนปลายหอกจะทิ่มเข้าที่คอ มือเรียวฟาดข้อมืออีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ ดาบยังเหน็บอยู่ข้างเอว เขาไม่อยากจับดาบเพราะไม่อยากทำให้ใครเจ็บตัว

 

                สองคนพุ่งเข้ามาพร้อมกัน ร่างบางก้าวถอยหลัง ชักดาบออกจากฝัก รับดาบคนหนึ่งเอาไว้พลางเตะหอกของอีกคนกระเด็นหลุดมือ

 

                แสงแดดสาดส่องไปทั่วลานดินเพิ่มความร้อนให้โหมทวี เหงื่อเริ่มผุดซึมข