[Fic] White flag -2-

posted on 22 Jan 2012 21:43 by tictoc13fiction in Fic-White-flag

Title: White flag -2-

Pairing : JunWoo ft. TaecKhun, ChanSu

Author : tictoc13

Rating : PG-13

Author note : เมื่อรักกันไม่ได้ก็ไม่รัก  ไม่เห็นจักเกรงการสถานไหน

 

 

 

 

 

 

                ไม่มีข่าวคราวจากอูยองมาสามวันแล้ว..

 

                นิชคุณถอนหายใจ  เหม่อมองท้องฟ้าสีครามอาบย้อมด้วยแสงสีส้มจากดวงอาทิตย์ ลมทะเลพัดกลิ่นเกลือโชยมาปะทะจมูก กลิ่นเกลือของทะเลกว้างใหญ่...ที่ที่เป็นบ้านของนิชคุณมากว่าครึ่งชีวิต

 

                นิชคุณอายุมากกว่าอูยองเก้าปี เขาอายุได้สิบขวบพอดีในวันที่พ่อของเขาซึ่งเป็นโจรสลัดพาเขาลงเรือออกทะเลไป แม่และอูยองรอพวกเขาอยู่ที่บ้าน เขากับพ่อกลับมาบ้านในอีกหนึ่งปีให้หลังและพบว่าแม่เสียชีวิตไปแล้ว อูยองถูกส่งไปอยู่กับป้า พ่อและป้ายื้อกันอยู่นานกว่าจะได้ตัวอูยองมา

 

                หลังจากนั้นครึ่งปีพ่อก็จากไปอีกคน นิชคุณจึงพาอูยองออกสู่ทะเลในฐานะโจรสลัด

 

                อาณาจักรนี้เป็นอาณาจักรที่จุนซู นิชคุณ อูยอง และบรรดาลูกเรือเกิดและเติบโต ทุกๆปีพวกเขาจะวกกลับมายังอาณาจักร...ใช้เวลาอยู่กับอดีตนานนับเดือน พวกเขาต่างแยกย้ายกันไป รู้กันดีว่าจะต้องมารวมตัวกันในอีกหนึ่งเดือนให้หลังจากที่ทอดสมอเรียบชายฝั่ง

 

                อูยองลงจากเรือโดยคาดหวังว่าจะได้พบกับคนที่ตนเฝ้ารอมานานแสนนาน ทว่าดูจากรูปการณ์แล้วนิชคุณคิดว่าอูยองคงพบกับความผิดหวัง

 

                เมื่อก่อนอูยองเป็นเด็กน้อยน่ารักว่าง่าย ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ แต่แล้วอูยองก็เปลี่ยนไป ทั้งมุทะลุและมากด้วยเล่ห์กลจนบางครั้งนิชคุณก็ตามไม่ทัน

 

                สัมผัสแตะลงบนไหล่ปลุกนิชคุณขึ้นมาจากภวังค์ รองกัปตันมองเจ้าของมือที่แตะไหล่ตนพร้อมเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

 

                "อยากเข้าไปในเมืองไหม" จุนซูถาม นิชคุณส่ายหน้า

 

                "ข้าอยากรออูยองอยู่ที่นี่"

 

                "อูยองน่ะหรือจะมาให้เจ้ารอ" คำถามย้อนกลับทำเอาคนฟังต้องเม้มปาก เบือนหน้าหนีไม่ยอมรับในความจริงของคำพูดนั้น  "เจ้าก็รู้ พวกเรามีเวลาอิสระหนึ่งเดือน  อูยองจะไปไหนก็ได้ เขาบรรลุนิติภาวะแล้ว"

 

                "ถึงจะอายุสิบแปดแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาหลุดพ้นจากการเป็นน้องชายข้า"

 

                "ข้าถึงชวนเจ้าไปเดินเล่นไง"

 

                "...."

 

                จุนซูมองท่าทีขัดขืนของนิชคุณแล้วยิ้มกว้าง ดึงแขนเพื่อนรักที่พ่วงตำแหน่งรองกัปตันให้ขยับออกจากการยืนทื่อเป็นรูปสลัก

 

                "ไปเถอะน่านิชคุณ เรือไม่หายหรอกแค่เจ้าก้าวเท้าออกไปจากเขตของมันน่ะ"

 

                "ข้าไม่ได้ห่วงเรือ"

 

                "ถ้าไปเดินเล่นอาจจะเจออูยองก็ได้นะ" เอาอูยองมาล่อเพราะรู้ดีว่านิชคุณจะต้องสนใจ ได้ผล ร่างบางเม้มปากนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า  จุนซูผิวปาก สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงเดินนำนิชคุณลงจากเรือไป

 

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ย่านการค้าค่อนข้างครึกครื้น แม้เวลาจะล่วงไปจนบ่ายแล้วก็ตาม ผู้คนต่างมาจับจ่ายใช้สอยกันตามปกติ จุนซูมองร้านค้าเปิดใหม่หลายร้านอย่างสนอกสนใจ เขาจากไปเพียงหนึ่งปีทุกอย่างเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้นับว่าน่าอัศจรรย์ใจไม่น้อย

 

                นิชคุณกวาดสายตามองรอบๆ หวังในใจว่าอาจจะได้พบกับอูยอง ทว่ากลับไม่เห็นแม้แต่คนที่มีแนวโน้มใกล้เคียงกับน้องชายของเขาสักคนเดียว

 

                จุนซูลากนิชคุณไปกินอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ราวกับเด็กดีใจได้มาเที่ยวเล่น นิชคุณรอจนจุนซูกินอิ่มแล้วจึงขอตัวเดินไปเดินเล่นเพียงลำพัง จุนซูเองก็ไม่ได้คัดค้านเพราะมัวให้ความสนใจกับของเล่นในร้านขายของเล่นร้านหนึ่ง

 

                เดินทอดน่องไปตามทางเดินปูด้วยอิฐแข็ง ขับไล่ความกังวลใจเสียให้พ้น เขาไม่ชอบเวลาที่ตนเองอ่อนแอเช่นนี้ นิชคุณควรเข้มแข็ง ไม่ใช่เพื่อตนเองอย่างเดียว..แต่เพื่อทุกคน

 

                พลันสายตาสะดุดเข้ากับร้านขายสัตวเลี้ยงร้านหนึ่ง ชั่งใจเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไป ภายในร้านอุ่นสบายด้วยเตาผิงที่มีเปลวไฟลุกโชติช่วง แม้จะเต็มไปด้วยกรงสัตว์นานาชนิดแต่ก็ไม่เหม็นอับ ตรงกันข้ามกลับมีกลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายกลิ่นของดอกไม้

 

                เจ้าของร้านส่งยิ้มมาให้จากหลังเคาน์เตอร์  ร่างบางส่งยิ้มกลับไปแล้วเริ่มเดินดูสัตว์ที่อยู่ในกรง

 

                "มองหาอะไรอยู่ล่ะพ่อหนุ่ม" เจ้าของร้านปรี่เข้ามาถาม นิชคุณลังเล

 

                "ข้าอยากได้สัตว์เลี้ยงที่จะอยู่กับข้าตลอดไป"

 

                เจ้าของร้านฟังแล้วหัวเราะ "ไม่มีสิ่งใดอยู่กับเจ้าไปชั่วนิรันดร์หรอกนะ แม้กระทั่งร่างกายของเจ้าเอง"

 

                "ข้าเพิ่งสูญเสียของรัก" นิชคุณเอ่ยเสียงแผ่ว "ข้าหวังว่าจะมีสิ่งใดทดแทนความเสียใจของข้าได้บ้าง อย่างน้อย...ให้ข้ารู้สึกว่าข้ายังไม่สูญเสียอะไรไป"

 

                "สัตว์เลี้ยงไม่ใช่ส่วนเติมเต็มของเจ้าหากเจ้าไม่ได้รักมันจากใจจริง" เสียงตอบกลับนั้นติดเคร่งขรึมคล้ายกับว่าผู้พูดกำลังไม่พอใจ "หากเจ้าอยากได้อะไรแก้เหงาก็จงเดินเข้าหอนางโลม หากเจ้าอยากได้อาวุธก็จงเดินเข้าร้านขายดาบ หากเจ้าอยากได้พันธะเจ้าค่อยมาที่นี่ก็แล้วกัน"

 

                "สิ่งเดียวที่ข้าต้องการคือพันธะ มันทำให้ข้ารู้สึกว่าข้าไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก"

 

                "เจ้าพูดเหมือนคนสิ้นไร้ไม้ตอก"

 

                "ข้ามีคนรายล้อมมากมาย หากมีเพียงไม่กี่คนที่ข้าอยากอยู่ใกล้"

 

                "ถ้าเช่นนั้นมันก็เป็นเรื่องของเจ้า"

 

                ร่างบางเงียบเพื่อตัดบทสนทนา สายตาจับจ้องลูกแมวตัวหนึ่ง มันเป็นลูกแมวลายเสืออายุประมาณสามเดือน นัยน์ตาสีเขียวมะกอกวาววับมองกลับมาราวกับรู้ว่ามันกำลังถูกประเมินค่า สายตาของมันช่างคล้ายคลึงกับสายตาของอูยองยามต้องการอะไรสักอย่าง

 

                มือเรียวยื่นไปแตะลูกกรง ลูกแมวขยับกายเล็กน้อย เปลี่ยนอิริยาบถเป็นนอนหมอบ

 

                ริมฝีปากอิ่มยิ้มบางๆ แนบฝ่ามือลงกับกรงแล้วยื่นหน้าหน้าไปใกล้

 

                "เจ้าเห็นข้าไหม" กระซิบถามเสียงแผ่ว ลูกแมวสะบัดหาง สร้างรอยยิ้มให้แก่คนถามเป็นอย่างยิ่ง

 

                เจ้าของร้านขายสัตว์เลี้ยงมองกิริยาโต้ตอบระหว่างคนกับแมวแล้วอดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม

 

                "ดูท่าทางมันคงชอบเจ้า"

               

                "ข้าเองก็ชอบมัน" ตอบทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากลูกแมว "ราคาเท่าไร"

 

                "ข้าคงขายให้เจ้าไม่ได้ มีคนซื้อมันไปแล้ว"

 

                นิชคุณหันขวับ "แล้วเหตุใดมันจึงยังอยู่ที่นี่" กระแสไม่พอใจเจือมาในน้ำเสียง หากลึกๆกลับแฝงไว้ด้วยความผิดหวัง สะท้อนผ่านน้ำเสียงและแววตา

 

                "คนที่ซื้อมันจะมารับมันวันนี้ ถึงเจ้าจะให้เงินมากกว่ากี่เท่าตัวข้าก็ขายมันให้เจ้าไม่ได้" ดักคอเมื่อร่างบางอ้าปากทำท่าจะเอ่ยอะไรบางอย่าง  นิชคุณนิ่งเงียบ มองลูกแมวที่เดินมาหาเขาแล้วนอนหมอบจ้องตากันอยู่ชิดกรง

 

                "เจ้าอยากไปกับข้าไหม?"

 

                ลูกแมวสะบัดหางไปมา นิชคุณขออนุญาตเจ้าของร้านเปิดประตูอุ้มมันออกมา เมื่ออีกฝ่ายอนุญาตก็รีบปลดล็อคแล้วอุ้มลูกแมวมากอดแนบอก อุ้งเท้าน้อยๆเหยียบอยู่บนท้องแขนขณะที่มันยืดตัวขึ้นเอาหัวถูไถกับคอของนิชคุณ ร่างบางรู้สึกรักมันจับใจ

 

                สำหรับแผ่วเบาแตะลงบนไหล่ ตามด้วยเสียงของใครคนหนึ่งทำเอานิชคุณสะดุ้งเฮือก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                "เมื่อไรเจ้าจะเลิกทำหน้าเหมือนใครเอาม้าของเจ้าไปซ่อนเสียที" แทคยอนเอ่ยถามคนที่เดินอยู่ข้างตน ใบหน้าของสหายคนสนิทบูดบึ้งออกอาการบอกบุญไม่รับอย่างรุนแรง ในอ้อมแขนข้างหนึ่งมีหนังสือเล่มหนาซึ่งเจ้าตัวกำลังอ่านมันก่อนหน้าที่จะโดนเขาลากออกมาย่านร้านค้า

 

                "ข้ากำลังอ่านหนังสือ ยัวร์ไฮเนส"

 

                "ไม่อ่านสักวันหนังสือของเจ้าก็ไม่ละลายหรอกน่า ผ่อนคลายเสียบ้างก็ดี ชานซอง" เอาศอกถองเข้าให้ด้วยความหมั่นไส้ มาควิสฮวางชานซองขยับแว่น ถอนหายใจแบบไม่กลัวเกรงอาญาขององค์ชาย

 

                "ท่านก็รู