[Fic] White flag -4-

posted on 08 Feb 2012 18:19 by tictoc13fiction in Fic-White-flag

Title: White flag -4-

Pairing : JunWoo ft. TaecKhun, ChanSu

Author : tictoc13

Rating : PG-13

Author note : เมื่อรักกันไม่ได้ก็ไม่รัก  ไม่เห็นจักเกรงการสถานไหน

 

 

 

 

 

 

 

                คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง แสงจากเทพีแห่งท้องฟ้าส่องสว่างไปทั่วบริเวณ  หมู่ดาวทอประกายระยิบระยับจับตา สายลมพัดโชยพาแมกไม้ไหวเอน จุนซูและอูยองหลบฉากออกมาเดินเล่นอยู่ในสวน  ในมือของจุนซูมีไวน์แก้วหนึ่ง กัปตันจุนเคกลอกน้ำสีแดงสดในแก้วไปมาขณะฟังแผนการของอูยองอีกหน

 

                จิบน้ำรสขมเฝื่อน ดื่มด่ำกับความหวานซ่านที่ปลายลิ้น

 

                "เจ้าไม่คิดว่าแผนของเจ้ามันบ้าๆบอๆบ้างหรือไง" จุนซูถาม อูยองขมวดคิ้ว

               

                "ข้าไตร่ตรองดีแล้ว"

 

                จุนซูส่ายหน้า "เด็กอย่างไรก็คือเด็กอยู่วันยังค่ำ เห็นเจ้าบอกจะก่อกวนเสียดิบดีข้าก็นึกว่ามีอะไร ของแบบนี้ไม่ต้องถึงมือข้าหรอก ง่ายไป"

 

                "แล้วพี่จะให้ข้าทำอย่างไร" ถามเพราะชักฉิวกับอาการส่ายหัวทำเหมือนแผนของตนอ่อนด้อยเสียเต็มประดา "ข้าไม่ใช่กัปตันเรือโจรสลัดนี่จะได้มีแผนชั่วๆอยู่เต็มสมอง"

 

                "ถ้าไม่ติดว่าเจ้าคือน้องชายของนิชคุณข้าถีบเจ้าล้มกลิ้งไปแล้วล่ะ" จุนซูกล่าว เตะขาอูยองหนึ่งที "จะทำทั้งทีทำแค่นี้จะสนุกอะไรกัน เป้าหมายของเจ้าคือองค์รัชทายาทและพระคู่หมั้นเชียวนา เจ้าคิดหรือว่าสมุนน้อยๆของเจ้าจะทำอะไรได้" จงใจเน้นเสียงคำว่า 'น้อยๆ' สร้างความไม่พอใจให้เจ้าของแผนการเป็นทวีคูณ

 

                "ข้าทำคนเดียวได้ พี่ไม่ต้องช่วยแล้ว" อูยองหน้าหงิก เบือนหน้าหนีเมื่อจุนซูยื่นแก้วไวน์จ่อปาก

 

                "แหม เด็กน้อยเอ๋ย ข้าล้อเล่นแค่นี้ไม่เห็นจะต้องมีอารมณ์ไปเลย"

 

                "....."

 

                "ก็ได้ๆ ข้าไม่ว่าเจ้าก็ได้ แล้วข้าก็จะช่วยเจ้า ตกลงไหม? เจ้าเด็กจอมเอาแต่ใจ"

 

                "ข้าจะไม่พูดกับท่านจนกว่าข้าจะหายโกรธ" การยื่นคำขาดของอูยองทำเอาจุนซูอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ร่างบางวาดแขนโอบคอน้องชายพาเดินหลบหมุมไปข้างพุ่งไม้  เลดี้สองคนเดินผ่านมา จุนซูชูแก้วไวน์แล้วยิ้มหวานใส่ พวกหล่อนหัวเราะคิกคักแล้วเดินจากไป

 

                อูยองชำเลืองมองจุนซูอย่างเคืองๆ เขายอมรับว่าแผนการของเขาฟังดูแล้วเหมือนเด็ก แต่ก็ไม่ใช่ที่พี่จุนซูจะมาว่ากันเช่นนี้ เขาอายุสิบแปดแล้ว เขาไม่ใช่เด็กเสียหน่อย

 

                "ข้าคิดอะไรออกแล้ว" กัปตันจุนเคโพล่งขึ้นมา อูยองหรี่ตามอง

 

                "อะไร"

 

                "ข้าจะทำให้แผนทำลายงานของเจ้าสนุกขึ้นไงล่ะ รับรองว่าจะสนุกสนานจนลืมไม่ลงเลยทีเดียว" กระดกไวน์รวดเดียวหมดแล้วโยนแก้วเปล่าทิ้งไป อูยองมองการกระทำของจุนซูแล้วได้แต่ถอนหายใจ เขาไม่เคยชินกับท่าทางและความคิดแสนประหลาดของพี่จุนซูเลยสักครั้งเดียว

 

                "พี่คิดจะทำอะไร"

 

                "นั่งหน้านิ่งอยู่ตรงนั้นล่ะน้องชาย ประเดี๋ยวจุนเคคนนี้จะแสดงฝีมือให้เจ้าดูเอง" พูดจบก็ผิวปากเรียกเหยี่ยวของตนบินมาเกาะไหล่ อูยองทำตาโต มองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครเห็น

 

                "พี่จะบ้าหรือ พี่เรียกครัสมาที่นี่ทำไม!"

 

                "เด็กดีตัวนี้จะทำงานให้เรา... ไม่ใช่สิ ให้ข้า เจ้าพกปากกากับขวดหมึกมาไหม" สายตาถากถางจากอูยองแทนคำตอบได้เป็นอย่างดี กัปตันแห่งแฟนธ่อมแฟลร์ยักไหล่ "ข้าไปหาเอาข้างหน้าก็ได้ รออยู่ตรงนี้นะ"

               

                อูยองนั่งรออยู่บนม้านั่งยาว สบตากับเหยี่ยวสีน้ำตาลไหม้ของจุนซู ครัสเป็นเหยี่ยวที่จุนซูเก็บมาเลี้ยงเมื่อสองปีก่อน มันถูกฝึกให้ทำงานเยี่ยงนกพิราบสื่อสาร แม้จะประหลาดไปบ้าง ทว่าดูจากความสามารถในการคุมลูกเรือแล้วเขาว่าไม่แปลกนักที่คนอย่างจุนซูจะสามารถควบคุมสัตว์ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงเช่นนี้ได้

 

                 นั่งรอไม่นานนักจุนซูก็กลับมาพร้อมกระดาษ ปากกาขนนก และขวดหมึก ป่วยการที่จะถามว่าได้มาได้อย่างไรในเมื่อด้านหลังของชายหนุ่มนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งยืนกระมิดกระเมี้ยนเขินอายอยู่

 

                "เสน่ห์เล็กๆน้อยๆ" จุนซูบอกขณะเขียนข้อความลงบนกระดาษแล้วผูกเข้ากับขาของครัส มุมที่พวกเขาอยู่นั้นเป็นมุมอับจึงมั่นใจได้ว่าไม่มีผู้ใดเห็นการกระทำเหล่านี้

 

                และแล้วครัสก็บินจากไป อูยองมองตามร่างสีน้ำตาลนั้นด้วยความสงสัย จุนซูนั่งกอดอกฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์

 

                สายลมวูบผ่านใบหน้า ร่างบางเงยหน้ามองพระจันทร์ส่องสว่างแล้วเม้มปาก

 

                "พี่จุนซู"

 

                "หือ"

 

                "พี่เคยมีความรักไหม"

 

                จุนซูไม่ตอบคำถาม แต่กลับหันมามองหน้าอูยองแล้วถอดหน้ากากออก

 

                "ความรักก็เหมือนหน้ากากนี้ล่ะอูยอง" ขยับหน้ากากแฟนธ่อมครึ่งบนไปมา "ความรักเคลือบหัวใจเราไว้ครึ่งหนึ่ง ชีวิตเราสวมหน้ากากไว้ครึ่งหนึ่ง หน้ากากที่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องแย้มยิ้ม....ยิ้มไม่รู้จบ แม้ในใจจะร้องไห้ก็ตาม" สวมหน้ากากไว้ดังเดิม แหงนหน้ามองพระจันทร์พลางถอนหายใจ "นิชคุณคงโกรธข้า หากรู้ว่าข้าได้พบเจ้าแต่เขาไม่ได้พบ"

 

                "พี่จะบอกพี่นิชคุณไหม"

 

                "เด็กน้อย.." หากไม่ติดที่อาภรณ์มากบรรดาศักดิ์จุนซูคงขยี้ผมอูยองอย่างที่ชอบทำเวลาเจ้าตัวไม่สบายใจ "..ข้าก็เป็นพี่ชายคนหนึ่งของเจ้านะ หากเจ้าไม่ต้องการข้าก็จะไม่บอก"

 

                อูยองยิ้มกว้าง เป็นครั้งแรกที่ใบหน้าภายใต้หน้ากากในค่ำคืนนี้แย้มยิ้ม

 

                "ขอบคุณนะ"

 

                "อย่าถลำลึกจนตนเองเสียใจก็แล้วกัน" จุนซูพึมพำ ปล่อยความคิดล่องลอยไปกับสายลม "รักแรกไม่เคยงดงามเลยแม้แต่หนเดียว.."

 

                นาฬิกาพกบอกเวลาใกล้เที่ยงคืน ร่างบางเก็บนาฬิกาเข้ากระเป๋า หันไปมองหน้าอูยองที่ก้มหน้านิ่ง "ไปกันได้แล้ว คงไม่ดีนักหากมีใครเห็นเจ้ากับข้าอยู่ด้วยกัน"

 

                "พี่เคยมีความรักไหมพี่จุนซู" คำถามทำเอาจุนซูชะงัก สอดมือเข้าในกระเป๋ากางเกง อูยองเงยหน้ามองพี่ชาย เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นพี่จุนซูมีสีหน้าเจ็บปวด ดวงตาสีเข้มทอดมองราวกับจะหาใครสักคนมากล่าวโทษ

 

                "หากจะมี.." เสียงนั้นแหบพร่า...สั่นเครือจนน่าใจหาย "ข้าก็โยนมันทิ้งลงทะเลไปนานแล้ว"

 

                แว่วเสียงลมหวีดหวิว กัปตันหนุ่มสาวเท้าไปยังตำแหน่งที่เหยี่ยวของตนเกาะอยู่ มันเพิ่งบินกลับมาเมื่อครู่นี้ จุนซูแกะจดหมายออกอ่านแล้วยิ้มกว้าง ล้วงกระเป๋าหยิบอาหารป้อนครัสก่อนที่มันจะบินจากไป อูยองขมวดคิ้ว มองตามแผ่นหลังที่หายไปในความมืด

 

                ความรักของพี่จุนซู...อย่างนั้นหรือ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                มาควิสจางอูยองยืนเหม่อมองภาพเขียนบนผนังอย่างใจลอย คำตอบของจุนซูยังตราตรึงอยู่ในห้วงความคิด เขาไม่เคยเห็นสีหน้าและแววตาเจ็บปวดของผู้เป็นพี่ชายมาก่อน ตั้งแต่จำความได้ พี่จุนซูเป็นคนร่าเริง เจ้าอารมณ์ และรักศักดิ์ศรียิ่งกว่าใคร

 

                จิบน้ำสีเลือดนกพิราบรสชาติหวานเฝื่อน กวาดมองภาพเขียนพลางครุ่นคิด พี่จุนซูนัดเขาไปพบก่อนเที่ยงคืน เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนจะมีการดับไฟและถอดหน้ากาก นั่นคือช่วงเวลาทอง

 

                พลันสบสายตากับดยุคอี ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อ อูยองโทษว่าเป็นเพราะไวน์ไม่ใช่เพราะตนเอง

 

                เบือนหน้าหนีสายตาดุดัน แต่แล้วกลับต้องสะดุ้งเมื่อรู้สึกได้ถึงมือหนาแตะลงบนบั้นเอว

 

                "มายลอร์ด.."

 

                "ยินดีที่ได้พบท่านอีกครั้ง ยัวร์เกรซ" บารอนยุนดูจุนยิ้มกว้าง ยื่นจานใบเล็กที่มีเนื้อสัตว์และมันฝรั่งอบส่งให้ "ข้าคิดว่าท่านคงยังไม่ได้ทานอะไร ท่านคงไม่ชินกับงานเต้นรำที่เดินกินราวกับคนเร่ร่อนเช่นนี้กระมัง" หัวเราะตบท้ายให้กับมุกตลกของตนเอง อูยองจำต้องรับจานนั้นมาอย่างเสียมิได้

 

                "ข้าไม่สะดวกนัก.." แก้วไวน์ถูกฉวยออกไปจากมือ

 

                "ท่านสะดวกแล้ว"

 

                ร่างบางเม้มปาก ใช้ส้อมจิ้มเนื้อสัตว์ใส่ปาก เนื้อปรุงรสชั้นดีแทบละลายไปกับลิ้น ละเลียดจนหมดจานแล้วส่งให้เด็กรับใช้ที่เดินผ่านมาก่อนจะรับแก้วไวน์กลับคืนจากบารอนยุนดูจุน

 

                "ขอบใจท่านมาก"

 

                "ด้วยความยินดียัวร์เกรซ เลดี้ของท่านไปไหนเสียเล่า หากไม่รังเกียจข้าอยากเห็นใบหน้าอันงดงามของนางสักหน่อย"

 

                "นางไม่ใคร่สบาย ข้าอนุญาตให้นางกลับไปพักผ่อนแล้ว" ตอบปัดๆเพราะไม่อยากให้บทสนทนายืดเยื้อ ต้องไม่มีผู้ใดจำเขาได้ในราตรีนี้ เขาต้องไม่เป็นที่สังเกตของผู้ใด ทว่าเหตุใดบารอนยุนจึงได้ตามเทียวไล้เทียวขื่อเขานักนะ

 

                "ถ้าเช่นนั้นคืนนี้ท่านก็ว่าง.."

 

                "ข้าไม่ว่าง" อูยองเอ่ยเสียงเย็น "ข้ายังมีภารกิจที่ต้องทำอีกมากในค่ำคืนนี้"

 

                "ภารกิจอะไรหรือ"

 

                "มันคือเรื่องของข้า" ตวัดสายตาผ่านหน้ากาก บารอนยุนดูจุนอมยิ้ม โค้งคำนับให้ก่อนจะเอ่ยปากขอตัว อูยองไม่ตอบกลับว่ากระไร ทำเพียงพยักหน้ารับรู้เท่านั้น

 

                เสียงดนตรีดังขึ้น หนุ่มสาวก้าวออกไปยังฟลอร์ด้านหน้าเพื่อจับคู่เต้นรำ อูยองยืนจิบไวน์มองจุนซูเต้นรำอย่างสนุกสนานกับเลดี้คนหนึ่ง หน้ากากแฟนธ่อมครึ่งเสี้ยวนั้นช่างโดดเด่นเมื่อความเรียบง่ายของมันอยู่ท่ามกลางความวิจิตรอลังการของหน้ากากหลากสีสันและขนนกสารพัดสี

 

                เคลื่อนตัวหลบเมื่อเห็นนิชคุณ พี่ชายของเขายืนสนทนาอยู่กับชายหนุ่มคนหนึ่ง ดูจากสีของอาภรณ์แล้วคงเป็นเชื้อพระวงศ์ คิ้วบางขมวดเข้าหากัน ทำไมพี่นิชคุณถึงสนทนากับพวกราชวงศ์ได้ ใครเป็นคนพาพี่นิชคุณและพี่จุนซูมาที่นี่กันนะ

 

                ชาวูบศีรษะจรดปลายเท้าเมื่อเห็นร่างของใครคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหา ริมฝีปากภายใต้หน้ากากเม้มแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะขยับปลายเท้าเพ