[Fic] White flag -6-

posted on 30 Mar 2012 05:36 by tictoc13fiction in Fic-White-flag

Title: White flag -6-

Pairing : JunWoo ft. TaecKhun, ChanSu

Author : tictoc13

Rating : PG-13

Author note : เมื่อรักกันไม่ได้ก็ไม่รัก  ไม่เห็นจักเกรงการสถานไหน

 

 

 

 

 

                ถ้วยน้ำชาใบหรูตั้งอยู่ตรงหน้าพร้อมด้วยอาหารเช้าพร้อมสรรพ  น้ำผลไม้ ชา กาแฟ และเครื่องดื่มนานาชนิดพร้อมพรั่งให้เลือกสรร ร่างบางมองวัตถุตรงหน้าด้วยความรู้สึกปนเป ข้างกายมีชายหนุ่มร่างสูงนั่งยิ้มแย้มอยู่ตรงหัวโต๊ะ ไม่มีผู้ใดสามารถลบเลือนรอยยิ้มไปจากพระพักตร์ขององค์ชายได้เลย

 

                องค์ชายเลื่อนพระหัตถ์มาวางทาบบนมือเรียว

 

                "เป็นอะไรไปนิชคุณ เช้านี้เจ้าดูไม่สดใสเลย ตราสไคว์ของเจ้าจะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้วนะ"

 

                นิชคุณค่อยๆชักมือกลับอย่างสุภาพ

 

                "กระหม่อมสบายดี"

 

                "แต่ข้าคิดว่าเจ้าไม่สบาย ตราบใดที่เจ้ายังใช้สรรพนามนั้นกับข้า" พระเนตรคมกริบจับจ้องจนคนถูกมองเริ่มอึดอัด นิชคุณมองสบดวงตาสีเข้มนั้นแล้วได้แต่นิ่งเงียบ

 

                "นิชคุณ..."

 

                "ข้าเป็นห่วงอูยอง ข้าอยากรู้ว่าน้องสบายดีหรือไม่"

 

                เหล่าข้าราชบริพารรู้ตัวว่าต้องออกไปจากห้องเสวยทันทีที่องค์ชายตวัดสายตามองกราดไปรอบห้องด้วยสีหน้าถมึงทึง 

 

                "อูยองสบายดี" มือหนาแตะลงบนแก้ม ลูบไล้เบาๆราวกับจะปลอบโยน "บางครั้งข้าอดคิดไม่ได้ว่าเจ้ามาอยู่กับข้าแค่ตัว หัวใจของเจ้าอยู่กับอูยองตลอดเวลา... จนข้าชักเริ่มจะน้อยใจ"

 

                "แทคยอน.."

 

                "หากเจ้าไม่สบายใจ หลังจากรับตราแต่งตั้งแล้วข้าจะพาเจ้าไปที่ปราสาทของจุนโฮ เจ้าจะได้พบกับอูยองดังใจปรารถนา บางทีอาจจะดีกว่าการอยู่กับข้าเพียงลำพังโดยที่ไม่มีความสุขเลย" สัมผัสแผ่วเบาละห่าง ร่างบางรีบคว้ามือนั้นเอาไว้ ก้มหน้าหลุบตาต่ำ คำตัดพ้อจากองค์ชายแทคยอนทำให้เขารู้สึกผิด

 

                "ท่านกำลังทำให้ข้ารู้สึกว่าข้าเป็นคนไม่ดี"

 

                "เจ้าเป็นคนไม่ดีเพราะเจ้าทำหน้าเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบขณะอยู่ต่อหน้าข้าอย่างไรล่ะ" ตัดพ้อตามวิสัยเอาแต่ใจ นิชคุณถอนหายใจเบาๆ ใช่ว่าเขาจะไม่รู้สึกดีที่ได้อยู่ใกล้องค์ชาย เขารู้สึกเป็นเกียรติเสียด้วยซ้ำที่ได้ตำแหน่งพระสหายรวมถึงผู้ติดตาม แต่เขาก็อดเป็นห่วงอูยองไม่ได้ เขาไม่เคยอยู่ห่างกับน้องมากขนาดนี้

 

                ร่างสูงมองร่างบางที่เอาแต่ทำหน้าเศร้าแล้วยิ่งคิดหนัก ยอมรับกับตนเองว่าเขาดีใจมากที่ได้นิชคุณมาอยู่เคียงข้าง นิชคุณไม่เหมือนใครหลายคนที่เขารู้จัก สำหรับคนอื่นแค่ได้ยินคำว่าเจ้าชายก็พร้อมที่จะเข้ามาผูกมิตร ทว่ากับนิชคุณเขากลับเป็นฝ่ายพยายามหาทางผูกมิตรเสียเอง

 

                น่าน้อยใจน้อยเสียเมื่อไร อยู่กับเขาแท้ยังครุ่นคิดถึงแต่น้องชายทุกเวลา..

 

                นิชคุณถอนหายใจ สบตากับองค์ชายแทคยอนแล้วยิ้มบางๆ สายตาตัดพ้อระคนออดอ้อนนั้น..ชายหนุ่มจะรู้หรือไม่ว่าช่างเป็นสายตาที่ทรงอิทธิพล  จุนซูบอกเขาว่าราชินีรักพระโอรสพระองค์นี้มากกว่าใคร แม้สิทธิในการขึ้นครองบัลลังก์จะเป็นของพระโอรสองค์โตก็ตาม

 

                เมื่อเทียบกับคนที่ไม่มีใครเลยนอกจากอูยองอย่างเขาแล้ว ครอบครัวใหญ่โตขององค์ชายสร้างความอิจฉาให้เขาหน่อยๆ

 

                "ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านเป็นคนที่เอาแต่ใจที่สุด" เอ่ยถามร่างสูงที่เลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำถาม

 

                "ข้าเป็นคนอย่างนั้นหรือ"

 

                "นอกจากจะเอาแต่ใจแล้วยังกวนโมโหอีกด้วย"

 

                คนฟังหัวเราะให้กับคำเสริมท้าย ยกมือเรียวขึ้นจุมพิต ส่งสายตาออดอ้อนชนิดที่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องยอมแพ้

 

                "หากสิ่งที่ข้าทำไปมันทำให้เจ้ามีความสุข ข้าก็ยินดี"

 

                นิชคุณเบือนหน้าหนี สองแก้มแดงปลั่งราวแอปเปิลสุก มือหนาลูบแก้มเนียนจนถึงใบหู ถือวิสาสะยืดตัวเข้าประชิด เชยคางมนให้หันกลับมาสู้หน้าแล้วกระซิบถ้อยคำบางอย่างที่ทำให้นิชคุณหน้าแดงก่ำก้มหน้างุดไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาองค์ชายอีกเลยจนกระทั่งตราสไคว์มาถึง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               

                "ครัส!!!"

 

                กัปตันแห่งแฟนธ่อมแฟลร์ หรือจะเรียกให้ถูกคือผู้ติดตามของมาควิสฮวางยืนเท้าเอวถลึงตาโวยวายใส่เหยี่ยวคู่ใจของตนที่กำลังจะทำให้เขาต้องพบกับพายุอารมณ์ของมาควิสฮวางอย่างไม่ต้องสงสัย         

 

                เพื่อนคู่ใจเอียงคอมองจากหลังตู้หนังสือ จงอยปากคาบหนังสือเล่มหนึ่ง จุนซูใจเต้นไม่เป็นจังหวะ รู้อยู่หรอกว่าครัสน่ะแสนดื้อ แต่ไม่คิดว่าเหยี่ยวของเขาจะทำตัวประหนึ่งสุนัขคาบหนังสือบินไปบินมาเช่นนี้ เกิดมาควิสฮวางมาเห็นสภาพห้องหนังสือมีหวังเขาหูชาไปอีกสามวัน

 

                "ครัส ถ้าเจ้าไม่ลงมาล่ะก็ข้าจะเอาอะไรขว้างเจ้า!"

 

                "อะไรที่ว่าคงไม่ใช่หนังสือของข้าอีกเล่มหรอกใช่ไหม"

 

                เสียงทุ้มจากด้านหลังทำเอาสะดุ้งเฮือก ร่างบางหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับมาควิสฮวางที่แต่งตัวเต็มยศแล้วยิ้มแหยๆ ไม่บอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายเตรียมพร้อมที่จะระเบิดใส่เขาแล้วแน่นอน

 

                ห้องนั่งเล่นในขณะนี้แปรสภาพเป็นสุสานหนังสือขนาดย่อม หนังสือที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะกระจายเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น บางเล่มปกมีรอยบุ๋มอันเกิดจากจงอยปากของครัสที่กดลงไป บางเล่มมีรอยข่วน บางเล่มกางคว่ำหน้าจนหน้ากระดาษยับยู่..

 

                และมีเล่มหนึ่งอยู่ในปากของครัส...

 

                สไคว์หมาดๆหัวเราะแห้งๆ ทำคอย่นเมื่อมาควิสฮวางเอ่ยด้วยน้่ำเสียงเย็นเยียบบอกให้รู้ว่าเอาจริง

 

                "สั่งเหยี่ยวของเจ้าเอาหนังสือของข้าคืนมาในสภาพคงเดิม ไม่เช่นนั้นคืนนี้เจ้าจะได้กินเหยี่ยวยัดไส้เป็นอาหารค่ำ"

 

                "ได้ยินไหมครัส ทำตามที่มาควิสท่อนไม้พูดเดี๋ยวนี้ถ้าไม่อยากโดนยัดไส้ด้วยนกป่า!"

 

                "อย่ามาเรียกข้าแบบนั้นนะคิมจุนซู!"

 

                ครัสเอียงคอมองการถกเถียงของคนสองคนอย่างสนอกสนใจ จุนซูดีดนิ้วเรียก มันนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกางปีกแล้วร่อนตัวลงมา....บนไหล่ของมาควิสฮวาง ร่างสูงหรี่ตามองเจ้าตัวแสบไม่แพ้นายของมัน ดวงตาสีอำพันทอประกาย

 

                มือหนาเอื้อมไปดึงหนังสือออกจากปาก ครัสยอมให้ดึงออกเสียโดยดี จุนซูอ้าปากค้างมองอาการว่าง่ายของครัสแล้วรู้สึกฉุนขึ้นมาติดหมัด

 

                "เจ้าเหยี่ยวบ้า นี่เจ้าแปรพัตร์จากข้าแล้วหรือ!"

 

                ครัสร้องเสียงแหลม  จุนซูจิ๊ปากสะบัดหน้าหนี สาวเท้าจะเดินหนีออกจากห้องแต่แล้วกลับต้องร้องเหวอเมื่อสะดุดเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่งบนพื้น ก้าวเท้าไปด้านหลังเพื่อทรงตัวทว่ามีหนังสืออีกเล่มขวางอยู่ทำให้ร่างบางเสียการทรงตัว แขนเพรียวกวัดแก่งหาที่ยึดแม้จะรู้ว่ามีแต่อากาศก็ตามที

 

                "หวาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา"

 

                หลับตาปี๋เพราะรู้ว่าหลังกระแทกแน่ ทว่าสัมผัสแข็งๆที่รองรับแผ่นหลังเอาไว้ทำให้ต้องลืมตาขึ้นมา ร่างบางหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นว่ามาควิสฮวางช้อนร่างของตนเอาไว้ก่อนที่จะล้มกระแทกพื้น

 

                "เจ้านี่มันตัวก่อเรื่องเดือดร้อนจริงๆ" ร่างสูงเอ็ด รั้งคนพูดยากเข้ามาในอ้อมแขนเพื่อพยุงให้ยืนขึ้น ใบหน้านวลอยู่ห่างไม่ถึงเซนติเมตร มาควิสฮวางถือโอกาสนี้พิจารณาใบหน้าของจุนซูเงียบๆ

 

                แก้มขาวขึ้นสีระเรื่อ สองมือจับแขนอีกฝ่ายไว้แน่นขณะพยุงตัว จมูกโด่งเฉียดแก้มเล็กน้อย จุนซูอุทาน เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงแล้วก็ต้องหน้าแดงอีกครั้งเมื่อดวงตาคมกริบอ่อนโยนอย่างไม่เคยพบมาก่อน

 

                "ปล่อย.. ปล่อยข้า ข้ายืนเองได้" ร้องท้วงเสียงอ่อย พยายามแกะแขนที่โอบรอบเอวของตนออก ทว่ามาควิสฮวางกลับกระชับอ้อนแขนแน่นกว่าเดิม ร่างบางช้อนตามองด้วยใบหน้าแดงก่ำ

 

                "เก็บหนังสือเข้าที่ให้หมดทุกเล่ม ไม่เช่นนั้นข้าจะให้เจ้างดอาหารกลางวัน" เสียงทุ้มกระซิบฟังดูข่มขู่ หากคนฟังกลับใจเต้นไม่เป็นส่ำเพราะใบหน้าของผู้พูดประชิดติดใบหน้าตน รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นจากจมูกสวย ริมฝีปากหยักคลอเคลียริมฝีปากอิ่ม

 

                เสียงร้องของครัสทำให้ทั้งคู่ได้สติ มาควิสฮวางปล่อยแขนส่วนจุนซูรีบกระโจนออกจากสถานการณ์ล่อแหลมอย่างรวดเร็ว

 

                ร่างสูงเก้อเขิน เก้กังจนทำอะไรไม่ถูกจึงเอาสองมือไพล่หลัง หรี่ตามองคนตัวเล็กที่ยังคงหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก

 

                "อีกสิบนาทีข้าจะกลับมาดูความเรียบร้อย" พูดจบก็เดินออกจากห้องไป จุนซูก้มลงเก็บหนังสือทีละเล่ม รู้สึกเหมือนลมหายใจร้อนผ่าวตามหลอกหลอน ใบหน้าหวานแดงก่ำ เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน นี่มันเรื่องบ้าชัดๆ

 

                "เพราะเจ้าตัวเดียวเลย" กล่าวโทษครัสที่บินวนไปมา มันร้องเสียงแหลมตอบโต้ จุนซูชูกำปั้นใส่ก่อนจะรีบเก็บหนังสือให้เข้าที่ เขายังไม่อยากเผชิญหน้ากับมาควิสฮวางอีกไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ

 

                บ้าชะมัด กัปตันจุนเคไม่เคยเพลี่ยงพล้ำถึงขนาดนี้...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                               

               

                ตราสไคว์มาถึงแล้ว บัดนี้จางอูยองเป็นสไคว์ของดยุคอีจุนโฮอย่างเป็นทางการ ร่างสูงยืนมองร่างบางรับตราแต่งตั้งจากคนของราชสำนักแล้วหายใจแรงๆ เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเด็กหนุ่มจะมีโอกาสเอื้ออำนวยมากถึงเพียงนี้

 

                เลดี้อึนจาเดินทางมาพร้อมกับตราสไคว์ ทั้งปราสาทเลยโกลาหลเพราะต้องเตรียมการต้อนรับโดยไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า แม้ยศนำหน้าคือเลดี้ ทว่าบรรดาศักดิ์ที่แท้จริงของเลดี้อึนจาคือพระราชนัดดาขององค์กษัตริย์และพระคู่หมั้นขององค์รัชทายาท

 

                อูยองสะดุ้งเมื่อปลายพัดของเลดี้อึนจาเชยคางตนขึ้น ร่างบางรู้สึกเหมือนย้อนไปในคืนงานเต้นรำอีกครั้ง รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏอยู่บนสีหน้า รอยยิ้มที่เหมือนกับพี่นิชคุณ

 

                "เจ้าดีใจกับตำแหน่งนี้หรือเปล่า"

 

                "ไม่"

 

                เลดี้อึนจาหัวเราะเบาๆ "ปากตรงกับใจเสมอเด็กน้อยของข้า เล่าให้ข้าฟังระหว่างดื่มน้ำชาได้ไหมว่าเจ้าเป็นอย่างไรบ้างที่ปราสาทแห่งนี้"

 

                "เชิญเลดี้ที่ห้องน้ำชา" ดยุคอีก้าวเข้ามาขัด เลดี้อึนจาเลิกคิ้ว มองอูยองพยักหน้ารับคำแล้วยิ้มกว้าง ถือพัดเดินนำหน้าเหล่าผู้ติดตามตรงไปยังห้องน้ำชา 

 

                อูยองทำท่าจะก้าวตาม แต่แล้วกลับต้องชะงักเมื่อถูกดยุคอีกระชากแขนเอาไว้

 

                "อย่าปากโป้งอะไรที่จะทำให้ข้าเดือดร้อน ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าเจ้าโดยไม่ให้ใครจับได้เลยแม้แต่คนเดียว" ร่างสูงเอ่ย บีบแขนเป็นเชิงบังคับจนร่างบางต้องพยักหน้า มือหนาปล่อยแ